Ref: gemini
การติดตั้ง PostgreSQL บน macOS วิธีที่สะดวกและเป็นมาตรฐานที่สุดคือการใช้ Homebrew ผ่าน Terminal (หรือหากไม่ถนัดคำสั่ง Command Line สามารถใช้ตัวติดตั้งแบบ Graphic Application ได้เช่นกัน)
วิธีที่ 1: ติดตั้งผ่าน Homebrew (แนะนำสำหรับนักพัฒนา)
- เปิดแอป Terminal (กด
Command + Spaceพิมพ์ค้นหาTerminalแล้วกด Enter) - ตรวจสอบ/ติดตั้ง Homebrew (หากมีอยู่แล้ว ข้ามขั้นตอนนี้ได้เลย)
/bin/bash -c "$(curl -fsSL https://raw.githubusercontent.com/Homebrew/install/HEAD/install.sh)" - อัปเดต Homebrew และติดตั้ง PostgreSQL
brew update brew install postgresql@16(หรือใช้brew install postgresqlเพื่อติดตั้งเวอร์ชันเสถียรล่าสุด) - เริ่มการทำงานของ Serviceสั่งให้ PostgreSQL ทำงานในพื้นหลังและเริ่มทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่อง:
brew services start postgresql@16การตรวจสอบ: พิมพ์brew services listจะเห็นสถานะเป็นstartedสีเขียว - ทดสอบการเชื่อมต่อฐานข้อมูล
psql postgresการตรวจสอบ: หากสำเร็จ หน้าจอจะเปลี่ยนเป็น command prompt ของ PostgreSQL เช่นpostgres=#(สามารถพิมพ์\qแล้วกด Enter เพื่อออกจากโปรแกรม)
วิธีที่ 2: ติดตั้งผ่านแอปพลิเคชัน Postgres.app (สำหรับผู้ที่ต้องการหน้าต่าง GUI)
- เข้าไปที่เว็บไซต์ทางการของ
Postgres.app - ดาวน์โหลดไฟล์
.dmgที่รองรับเวอร์ชัน macOS ของคุณ - เปิดไฟล์
.dmgแล้วลากไอคอน Postgres ไปไว้ในโฟลเดอร์ Applications - เปิดแอป Postgres แล้วคลิกปุ่ม Initialize เพื่อสร้างฐานข้อมูลเริ่มต้น
- คลิกปุ่ม Start เพื่อเริ่มการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล
เครื่องมือจัดการฐานข้อมูลแบบ GUI (แนะนำเพิ่มเติม)
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว หากต้องการจัดการตารางและเขียน Query ผ่านหน้าจอ UI ที่ใช้งานง่าย สามารถติดตั้งโปรแกรมเสริมตัวใดตัวหนึ่งต่อไปนี้:
- pgAdmin 4: เครื่องมือมาตรฐานทางการของ PostgreSQL รองรับฟีเจอร์ครบถ้วน
- DBeaver: โปรแกรมจัดการฐานข้อมูลยอดนิยมที่รองรับหลายระบบ
- TablePlus: โปรแกรม UI น้ำหนักเบา ออกแบบมาสำหรับ macOS โดยเฉพาะ
No comments:
Post a Comment